เตือน! กินน้ำมาก ไม่ช่วยลดอ้วน



น้ำดื่ม


         ผลวิจัยล่าสุดหักล้างความเชื่อที่ว่า "การดื่มน้ำเยอะๆ สามารถช่วยลดน้ำหนักตัวได้" แนะควรใช้วิธีกินอาหารที่มีน้ำมากแทนจะได้ผลกว่า เช่น ผัก ผลไม้ ข้าว ซุป งานวิจัยชิ้นนี้ได้ศึกษาน้ำหนักตัวและรอบเอวของหญิงสาวกว่า 1,000  คน โดยดูเปรียบเทียบปริมาณน้ำที่คนเหล่านี้ได้รับในแต่ละวัน ทั้งในรูปของเครื่องดื่มและอาหาร

         นักวิจัยพบว่า ปริมาณน้ำในเครื่องดื่ม อาทิ น้ำดื่ม ชา กาแฟ น้ำอัดลม น้ำผลไม้ ไม่มีความสัมพันธ์กับรูปร่าง แต่พบว่า ปริมาณน้ำจากอาหารมีความสัมพันธ์กับรอบเอว คือ ผู้หญิงที่กินอาหารที่มีน้ำเป็นส่วนผสมในปริมาณมาก มีแนวโน้มจะมีรูปทรงผอมบางกว่าเล็กน้อย และมีดัชนีมวลกายต่ำกว่า ซึ่งหมายความว่า มีน้ำหนักเหมาะสมกับส่วนสูงมากกว่า

         รายงานซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร  Nutrition ฉบับนี้ ระบุด้วยว่า แนวโน้มดังกล่าวยังคงเป็นจริง แม้ได้ตัดปัจจัยบางอย่างที่เกี่ยวข้องออกไปแล้ว เช่น ปริมาณการออกกำลังกาย การควบคุมอาหาร

         นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโตเกียวบอกว่า ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าทำไมน้ำในอาหารจึงส่งผลต่อน้ำหนักตัว แต่น้ำในเครื่องดื่มกลับไม่ส่งผลอย่างเดียวกัน อาจเป็นไปได้ว่า  อาหารที่มีน้ำมาก เช่น ผัก ผลไม้ และข้าว มีเส้นใยสูง ทำให้รู้สึกอิ่มเร็วจึงไม่ได้กินจนเกินขนาด

         งานวิจัยชิ้นนี้สอดคล้องกับชิ้นอื่นๆ ซึ่งพบว่า คนเราจะกินน้อยลงหลังจากกินอาหารที่มีน้ำมากเข้าไป แต่ไม่ได้กินน้อยลงหลังจากกินน้ำ เมื่อเราอิ่มเร็ว เราก็กินน้อยลง นั่นจึงทำให้เราไม่อ้วน ในทางตรงกันข้าม การดื่มน้ำแต่เพียงอย่างเดียว หรือดื่มน้ำร่วมกับอาหาร จะไม่ทำให้เกิดผลลัพธ์ดังกล่าว

         ผลวิจัยนี้ไม่ใช่ชิ้นแรกที่โต้แย้งความเชื่อที่ว่า คนเราต้องกินน้ำวันละ  8  แก้วเพื่อให้มีสุขภาพดี

        
งานวิจัยก่อนหน้านี้พบว่า ไม่มีหลักฐานที่หนักแน่นที่จะยืนยันได้ว่าการดื่มน้ำมากๆ ทำให้ผิวพรรณดี น้ำหนักตัวลดลง หรือช่วยล้างพิษในร่างกาย การดื่มน้ำมากๆ ช่วยให้ร่างกายไม่ขาดน้ำเท่านั้นเอง  ซึ่งเป็นเรื่องดีสำหรับนักกีฬา คนป่วยด้วยโรคบางโรค และผู้คนที่อาศัยอยู่ในเขตร้อนซึ่งต้องเสียเหงื่อมาก

อายุ 80 ก้อแต่งได้...

posted on 22 Sep 2008 13:01 by baybie

  

  

ฮือฮา! คู่รักวัยดึก เพิ่งวิวาห์กันตอน 80



ตายาย



          สองตายายเมืองผู้ดี รักมาราธอน วิวาห์อีกครั้งหลังเป็นโสด

          หนังสือพิมพ์เดอะซันของอังกฤษรายงานว่า เมื่อ 21 ก.ย. นายมอไรซ์ เวก อายุ 82 ปี และนางคอนนี ครูว์ อายุ 81 ปี จากเมืองเดอร์บีเชียร์ ย่านชนบทของอังกฤษ ประกาศแต่งงานหลังจากที่ปิ๊งกันเมื่อ 62 ปีที่แล้ว

          มอไรซ์ และคอนนีพบกันตั้งแต่ปี 2489 แต่ไม่ได้คบหากันเนื่องจากทั้งคู่มีครอบครัวแล้ว และกลับมาพบกันอีกทีปลายปีที่แล้วด้วยความบังเอิญ เนื่องจากเป็นเพื่อนบ้านกัน โดยครั้งนี้คุณตา และคุณยายซึ่งกลับมาเป็นโสดอีกครั้งได้นัดเดต และสานสัมพันธ์ใหม่

          มอไรซ์ กล่าวว่า สมัยที่ตนทำงานเป็นกะลาสีเรือ คอนนีทำงานในร้านอาหาร ครั้งแรกที่เห็นก็ชอบมาก

          ด้านยายคอนนี กล่าวว่า มอไรซ์รูปหล่อ และคิดว่าตัวเองน่าจะเป็นโสด แต่ตอนนี้มีความสุขมาก

          ตายายคู่รักวัยดึกจะจัดพิธีแต่งงานวันศุกร์หน้า โดยมีญาติๆ รวมถึงหลานทั้งสองฝ่ายที่รวมกันถึง 14 คน มาร่วมเป็นสักขีพยานความรักที่ใช้เวลายาวนานเกือบชั่วชีวิตกว่าจะสมหวัง

 

edit @ 22 Sep 2008 13:05:18 by ..bAyBiE..

ก่อนจะสายเกินไป...

posted on 22 Sep 2008 11:55 by baybie

ก่อนที่มันจะ...สายเกินไป



ไม่พูดไม่ใช่ไม่เจ็บ



          เคยไหม...เวลาที่จะบอกรักใครสักคน 
          ต้องรวบรวมทั้งแรงใจและแรงกาย
          กว่าจะได้มาซึ่ง "ความรัก" "ความสุข" และ "กำลังใจ" ที่ยิ่งใหญ่




          แต่เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ
ความรู้สึกต่างๆ ก็ค่อยๆ จืดจางลง
                    ทั้งๆ ที่เราก็ไม่รู้ว่าสาเหตุมันเกิดขึ้นจากอะไร



          อยากถามนะอยากถาม แต่ใจมันไม่กล้าที่จะเอ่ยปาก
          อาจเพราะกลัวคำตอบ กลัวความจริงที่กำลังจะเผชิญ
          การยื้อคงเป็นทางออกที่ดีที่สุด



          จนปล่อยให้เวลาล่วงเลยผ่านไปเรื่อยๆ
          ไม่มีการเอ่ยปาก ไม่มีการติดต่อทวงถาม
          มีแต่การรอคอย คอยให้อีกฝ่ายแสดงความรู้สึกออกมา
          แต่การรอจากใครบางคนนี่แหละ
ที่มันเหนื่อย มันทรมาน และท้อแท้ยิ่งกว่าสิ่งใด



          ทำไม...ก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินไป 
          ไม่ลองหันหน้ามาคุยกันสักครั้ง 
          เพื่ออะไรๆ ที่ค้างคาใจ จะพบกับแสงสว่าง
          เพราะเวลาไม่เคยย้อนกลับมาให้เราแก้ไขอดีต